โรงเรียนเมตตาศึกษา ในพระราชูปถัมภ์   สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
         

                                                                                                      
                                                     
                                                                                                      


                                            
          

         พระเดชพระคุณพระพุทธพจนวราภรณ์ (จันทร์ กุสโล) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 4,5,6,7 (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร องค์ปัจจุบัน นามเดิม จันทร์ นามสกุล แสงทอง เกิดวันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2460 ที่บ้านท่ากองิ้ว หรือท่าต้นงิ้ว ตำบลปากบ่อง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เป็นบุตรคนที่ 6 ซึ่งเป็นคนสุดท้องของนายจารินต๊ะ นางแสง แสงทอง

         เมื่ออายุได้ 8 เดือน เกิดกาฬโรคระบาด บิดาถึงแก่กรรม มารดาจึงอพยพครอบครัว มาอยู่ในตลาดเมืองลำพูน เพื่อประกอบอาชีพค้าขาย แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงอพยพครอบครัวไปอยู่บ้านแม่สารป่าแดด ตำบลเวียงยอง อำเภอเมืองลำพูน ประกอบอาชีพอย่างชาวชนบททั่วไป

         เพราะขาดผู้นำครอบครัว ย้ายที่อยู่อาศัยบ่อยๆต้องช่วยพี่ๆ และมารดาทำมาหากิน เช่น เลี้ยงวัว ควาย ที่ต้องนำไปเลี้ยงตามริมน้ำแม่กวง บริเวณสถานีรถไฟลำพูนจนถึงดอยติ อนุสาวรีย์พระครูบาศรีวิชัยขณะนี้ จึงหมดโอกาสที่จะเรียนหนังสือในโรงเรียน เพราะพ้นเกณฑ์บังคับ เมื่อปี 2474 มารดาเลยนำไปฝากเป็นศิษย์พระวัดป่าแดด วัดประจำหมู่บ้าน เพื่อจะให้บรรพชาตามสามเณรบุญปั๋นผู้พี่ชาย

         ช่วงเป็นศิษย์วัดอยู่นั้น เพื่อนๆที่เป็นศิษย์วัดร่วมสำนัก เมื่อรับประทานอาหารเช้าแล้ว จะไปโรงเรียนหมด ส่วนท่านไม่ได้ไปโรงเรียน เพราะอายุเลยเกณฑ์บังคับ จึงต้องอยู่วัดรับใช้พระเณร ไปเก็บอาหารจากชาวบ้านมาถวายท่านสมภาร ท่องบทสวดมนต์เจ็ดตำนาน และคำขานนาคเตรียมบรรพชา

         เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2475 ขณะที่กำลังตัดไม้ไผ่จะทำรั้ววัด พี่ชายมาตามพาไปอยู่กับญาติชาวเมืองลำพูน ที่ไปบรรพชาเป็นสามเณรอยู่ที่วัดเจดีย์หลวง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ฝากตัวเป็นศิษย์วัดเจดีย์หลวง และได้เข้าเรียนหนังสือในโรงเรียนพุทธิโศภน ซึ่งขณะนั้นตั้งอยู่ภายในวัดเจดีย์หลวง ด้านเหนือพระวิหาร บริเวณอาคารอเนกประสงค์ขณะนี้

         ได้รับการศึกษาในชั้นเตรียมประถม (เทียบชั้นอนุบาล) วิชาภาษาไทยเป็นการเริ่มต้นที่โรงเรียนพุทธิโสภนเป็นเวลา 4 เดือน จนพออ่านออกเขียนได้ ท่านพระครูสังฆรักษ์แหวว ธมฺมทินฺโน (ต่อมาเป็นพระพุทธิโสภน) เห็นว่าอายุมากโตแล้ว จึงให้บรรพชาเป็นสามเณรขณะอายุ 15 ปี เมื่อเดือนตุลาคม 2475 ณ วัดเจดีย์หลวง มีพระครูนพีสีพิศาลคุณ เป็นพระอุปัชฌาย์ ในวันบรรพชาเป็นสามเณร เป็นวันที่พระราชชายา เจ้าดารารัศมี พระราชชายาในรัชกาลที่ 5 เสด็จมาถวายผ้าพระกฐินที่วัดเจดีย์หลวงพอดี ก่อนพระองค์ท่านสิ้นพระชนม์ 1 ปี เป็นอันว่าท่านได้เรียนหนังสือเพียง 4 เดือนเท่านั้น ก็ต้องออกจากโรงเรียน เพื่อบรรพชาเป็นสามเณร

         วันที่ 6 กรกฎาคม พุทธศักราช 2480 อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดเจดีย์หลวง มีพระครูมหาเจติยาภิบาล (แหวว ธมฺมทินฺโน) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระญาณดิลก (พิมพ์ ธมฺมธโร ภายหลังเป็น สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เจ้าอาวาสวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน กรุงเทพฯ) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูพุทธิโสภน (บุญปั๋น) วัดเจดีย์หลวง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “กุสโล”
แม้จะผ่านการเรียนทางโลกมาน้อย แต่เมื่อบรรพชาอุปสมบทแล้ว ท่านก็สามารถเรียนจนสอบนักธรรมชั้นสูงสุดและเปรียญธรรมได้ถึง ประโยค 5 ดังนี้

         2476 สอบได้นักธรรมชั้นตรี 2479 สอบนักธรรมชั้นโท 2477-78 เรียนบาลีไวยากรณ์ ณ สำนักเรียนวัดเจดีย์หลวง อำเภอเมือง เชียงใหม่

         ปี 2481 ไปอยู่วัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ สอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค 2482 สอบนักธรรมชั้นเอก และเปรียญธรรม 4 ประโยคได้ในปีเดียวกัน 2483 กลับมาจำพรรษาที่วัดเจดีย์หลวง แต่กลับไปสอบเปรียญประธรรม 5 ประโยคได้ ณ สำนักเรียนวัดบรมนิวาส

         สมณศักดิ์/หน้าที่การงาน

         เมื่อสอบได้เปรียญธรรม 5 กลับมาอยู่ที่วัดเจดีย์หลวงแล้ว ได้ทำหน้าที่ครูสอนนักธรรมและบาลีถ่ายทอดวิชาความรู้แก่ศิษย์ จนได้เป็นครูใหญ่ในโอกาสต่อมา เมื่อปฏิบัติหน้าที่ปกครองคณะสงฆ์ ได้รับแต่งตั้ง/เลื่อนสมณศักดิ์พัดยศดังนี้-
         พ.ศ.2496 เป็น พระครูวินัยโกศล
         พ.ศ.2498 เป็น พระวินัยโกศล
         พ.ศ.2513 เป็น พระราชวินยาภรณ์
         พ.ศ.2526 เป็น พระเทพกวี
         พ.ศ.2535 เป็น พระธรรมดิลก
         พ.ศ.2544 เป็น พระพุทธพจนวราภรณ์
         พ.ศ.2487 เป็นกรรมการสงฆ์ประจำอำเภอเมืองเชียงใหม่ เจ้าคณะอำเภอจังหวัดเชียงใหม่,ลำพูน,แม่ฮ่องสอน(ธรรมยุต)
         พ.ศ.2488 เป็นพระวินัยธรชั้นต้น ภาค 5 เขต 1
         พ.ศ.2495 เป็นเจ้าคณะธรรมยุตผู้ช่วยจังหวัดเชียงใหม่,ลำพูน,ลำปาง,อุตรดิตถ์
         พ.ศ.2502 เป็นพระอุปัชฌาย์
         พ.ศ.2505 เป็นประธานกรรมการมูลนิธิเมตตาศึกษา
         พ.ศ.2512 เป็นรองเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร
         พ.ศ.2514 เป็นครูใหญ่โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาโรงเรียนสามัคคีวิทยาทาน วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร
         พ.ศ.2516 รักษาการเจ้าอาวาสวัดป่าดาราภิรมย์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
         พ.ศ.2517 เป็นประธานกรรมการมูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบท
         พ.ศ.2518 เป็นประธานกรรมการส่วนภูมิภาคๆ 5 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย(ฝ่าย บรรพชิต)
         พ.ศ.2522 เป็นเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่,ลำพูน,แม่ฮ่องสอน(ธรรมยุต)
         พ.ศ.2524 เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าดาราภิรมย์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ 1 ทศวรรษในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าดาราภิรมย์ ได้สร้างสรรค์พัฒนาศาสนสถาน ศาสนศึกษา ศาสนเผยแผ่ ศาสนทายาท และศาสนสงเคราะห์          จนวัดป่าดาราภิรมย์ได้รับยกย่องเป็นวัดพัฒนา และสถาปนาเป็นพระอารามหลวง เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2542
         พ.ศ.2530 เป็นประธานกรรมการโรงเรียนพระปริยัติธรรมโรงเรียนธรรมสาธิตศึกษา อ.ป่าซาง จ. ลำพูน
         พ.ศ.2534 เป็นรองเจ้าคณะภาค 4,5,6,7 (ธรรมยุต)
         พ.ศ.2534 เป็นรองอธิการบดีมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา
         พ.ศ.2535 เป็นเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่
         พ.ศ.2537 เป็นเจ้าคณะภาค 4,5,6,7 (ธรรมยุต) ฯลฯ


                                                          

โรงเรียนเมตตาศึกษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ  103   ถ.พระปกเกล้า   ต.พระสิงห์   อ.เมือง   จ.เชียงใหม่   50200   Tel 053-814570 Fax ต่อ 102    info.mettasuksa@gmail.com